ณ เวลาหนึ่ง

ในความโชคร้าย มักมีความโชคดีซ่อนอยู่เสมอ...

เนื่องด้วยได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับทำไมคนบางคนถึงมีความสุขตลอดเวลา หนูคิดว่าตัวหนูเองเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น หนูทำได้มาตลอดหลายปี และอยากแบ่งปันให้คนอื่นเป็นแบบหนูด้วย หนูมักเป็นจุดศูนย์กลางของเพื่อนโอนเอียงไปทางหน่วยกู้ชีพของเพื่อนมากกว่า เพื่อนส่วนใหญ่ เวลามีปัญหาอะไรจะมาปรึกษา เพื่อนบอกว่าหนูมีจิตใจที่แน่วแน่ มั่นคง วันก่อนพึ่งเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอมาสองปี เพื่อนทักว่า หนูยังเป็นคนยิ้มง่าย มีความสุขง่าย เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย หนูว่ามันคงเป็นเพราะระบบการจัดการกับการคาดหวังของหนู เมื่อก่อนหนูเคยคาดหวังอะไรมากๆ อยากให้มันเป็นไปตามที่หนูต้องการ แต่จากการผิดหวังซ้ำๆ มันทำให้หนูเรียนรู้ว่า โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีคำว่า 'perfect' ทุกๆคนไม่ว่าจะรวยจะจนล้วนแล้วแต่มีข้อเสีย ย้ำว่าทุกคน ปัญหาในชีวิตเรา เราอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้าหยุดคิดสักนิดหนึ่ง เราจะรู้ว่าเราโชคดีกว่าคนอื่นๆ อีกมากมายแค่นี้ คนอื่นๆที่เราไม่รู้จักยังมีปัญหาที่หนักหนากว่าเรา ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่แย่กว่าเราอีกเยอะ และมันก็ไม่ใช่การแข่งขันว่าชีวิตใครแย่กว่ากัน  มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องแข่ง ปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้ ค่อยๆแก้ทีละจุด มองโลกจากเหตุและผลแล้วคุณจะเลิกโทษโชคชะตา อย่ามองปัญหาเป็นก้อนใหญ่ๆ มองมันเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่คุณจะค่อยๆ ถอดออกที่ละนิด ที่สำคัญ อย่าหนีปัญหา มองต้นเหตุ แต่เหตุมันเกิดจากตัวคุณ ก็แก้ที่ตัวคุณ ปัญหาอย่างหนึ่งของคนส่วนใหญ่ มักไม่มองย้อนกลับมาดูตัวเอง ไม่ค่อยยอมรับว่าเหตุเกิดจากการกระทำของตัวเอง คนชอบพูดว่า ทำไม่ได้หรอก ไปไม่ได้หรอก คำว่าไม่ได้ ทำไม่ได้ ไปไม่ได้ มันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของพวกขี้แพ้ที่กลัวที่จะลอง บางคนอาจจะทำไม่ได้จริงๆ เพราะปัจจัยอื่นๆ คนเรากลัวที่จะสูญเสีย ไม่กล้าที่จะเสี่ยง เพราะกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา หนูก็กลัว ไม่ใช่ไม่กลัว แต่หนูแค่เจอหลายๆเหตุการณ์ที่หนูเจอกับผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ แต่หนูรู้ว่าต้นเหตุมันมาจากตัวหนูเอง หนูรู้ว่าหนูทำได้มากกว่านี้ แต่หนูขี้เกียจ หนูปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป หนูพยายามไม่มากพอ แต่หนูก็ยอมรับให้ผลของการกระทำของหนู หนูเชื่อว่า ถ้าคนเรามีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำอะไรจริงๆ เราทำได้หมด ขอแค่เราให้กำลังใจตัวเอง ถ้าไม่รู้จะทำเพื่อใคร ก็ทำเพื่อตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง อย่าดูถูกตัวเอง รักตัวเองให้มากๆ อย่าเอาอนาคตของตัวเองไปผูกไว้กับอนาคตของคนอื่น อนาคตของคุณ คุณกำหนดมัน


หนูไม่เอาอนาคตมากดดันปัจจุบัน ไม่เอาอนาคตมาทำให้ปัจจุบันของหนูไม่มีความสุข นั่งเรียนอยู่ทุกวันก็เคยเฝ้าถามตัวเอง จะเรียนเยอะๆ หาเงินเยอะๆ ไปทำไม เรียบจบสูงๆ แล้วได้อะไร คำตอบก็แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน หนูก็ไม่รู้ทางเลือกที่ดีที่สุดคืออะไร คนเราคงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองมากเกินไปจนลืมกลับมาคิดใหม่ว่า สิ่งที่ดีที่สุดอาจจะไม่ได้พอดีกับตัวคุณเสมอไป เห็นคนส่วนใหญ่ ตั้งมาตรฐานอะไรมากมาย กดดันตัวเอง จนวันแต่ละวันไม่มีความสุข ถ้าลองคิดดีๆ จุดประสงค์หลักๆ ที่คนเราขยันทำงานก็คงเพราะอยากสบายวันข้างหน้า มีเงินใช้เยอะๆ แต่หนูเห็นคนรวยหลายคนนะ ที่มีเงินล้นฟ้า แต่ไม่มีคนข้างกายที่จริงใจ ไม่มีความสุขกับชีวิตจริงๆ หนูว่าเราเอาคำว่าข้างหน้า มาทำให้วันนี้ของเราไม่มีความสุข ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้คิดถึงวันข้างหน้า แต่คิดแบบพอดีๆ แบบที่ใจคุณสุข แบบที่คุณพอใจและภูมิใจกับตัวเองว่า ถ้าฉันตายไปวันนี้ ฉันจะไม่เสียใจ คนเราจะตายวันตายพรุ่ง มันไม่มีคำว่า นิรันดร์ อยู่กับปัจจุบันดีกว่า ดูแลคนรอบข้าง คนที่คุณรักให้ดี ถ้าไม่มีก็จงเริ่มรักตัวเองซะ ถึงจุดๆหนึ่งของชีวิต คุณก็คงถามตัวเองว่าทำงานมากมายไปเพื่ออะไร มีเงินเยอะแยะแต่ไม่มีความสุข พูดตามตรง โลกนี้ไม่มีคำว่าที่สุด เพราะมนุษย์เราไม่รู้จักคำว่าพอ เมื่อเรามาถึงจุดๆหนึ่ง เราก็อยากจะกระเทิบขึ้นไปอีกจุดหนึ่ง  คุณตามล่าหาความที่สุดในชีวิตคุณ คุณไม่มีวันเจอมัน คุณไม่มีวันจะได้มันมา ตราบใดที่ใจคุณยังไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีในปัจจุบัน  ลองพักใจ หยุดคิดเรื่องโครงการร้อยแปดในหัว แล้วถามตัวคุณเองจริงๆว่า อะไรทำให้คุณมีความสุข


หลายเรื่องที่สะท้อนสังคมในวันนี้ หาคนรวยง่ายกว่าหาคนดี หาเพื่อนกินง่ายกว่าหาเพื่อนตาย ทำไมคนต้องกลัว หรือ อายที่จะต้องเป็นคนดี การเป็นคนดี คุณไม่ต้องอวดใครก็ได้ ไม่ต้องให้ใครสรรเสริญคุณก็ได้ คุณสรรเสริญตัวคุณเองได้ ทุกวันนี้ เราเอาค่านิยมทางสังคมมากำหนดการกระทำของเรามากไป การที่คนอื่นทำ ไม่ได้แปลว่าเราต้องทำตาม การทำผิดแล้วไม่ถูกตำหนิ ไม่ได้แปลว่าต้องทำ เวลาหนูเจอคนมีน้ำใจ หรือหนูช่วยเหลือใครเล็กๆน้อยๆ หนูรู้สึกดีมากเลยนะ มันทำให้หนูยิ้มได้ อย่างแค่เก็บเหรียญให้คนอื่น หรือมีคนเปิดประตูให้ หรือเวลาขับรถแล้วคนเปิดไฟให้ไป สิ่งเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ควรจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในสังคมไทย การมีน้ำใจให้ซึ่งกันและกันแค่นิดเดียวมันอาจจะสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาล จริงๆนะ หนูยังเชื่อว่าสังคมไทย มีคนดีอีกเยอะ แต่พวกเขาแค่อยู่ในเงา เพราะคนไทยเป็นโรคอะไรไม่รู้ ข่าวดีๆ คนดีทำเพื่อนสังคม ไม่ค่อยสนใจ อย่างมาก จำกันเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งแล้วก็ลืม ข่าวเสียๆหายๆ ความหายนะของชีวิตคนอื่นนี่สนใจกันจัง อยากบอกคนที่มีน้ำใจ มีจิตใจเอื้ออารีว่า ทำต่อไปเถอะค่ะ ถึงจะไม่มีใครยกยอคุณ แต่ตัวคุณเองจงภูมิใจกับความดีของคุณ อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ใครๆก็อยากอยู่ อยากเห็นคนไทยยิ้มให้กัน มีน้ำใจให้กัน เพียงเล็กน้อยก็ยังดีค่ะ เพราะการกระทำเล็กๆน้อยๆของคุณอาจจะเป็นการสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่สำหรับใครหลายคน หนูเป็นคนยิ้มง่าย เพราะความคาดหวังของหนูต่ำ ถึงหนูผิดหวัง แต่หนูไม่ค่อยนั่งเสียใจนานนัก เพราะมันเป็นอะไรทืี่ผ่านไปแล้ว คิดมากปวดหัว อย่าจมอยู่กับอดีตดีกว่า เอาอดีตมาทำปัจจุบันและอนาคตให้ดี อย่าให้พลาดเหมือนที่แล้วมา หนูมีความสุขง่ายกับอะไรง่ายๆ ที่คนอื่นคงหาว่าหนูบ้า แต่ถ้าทบๆความสุขเล็กๆนั้นในแต่ละวัน หนูมีความสุขเยอะนะคะ อย่าละเลยปริมาณค่ะ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ น้อยหรือมาก มันจะน้อยหรือมากก็ต่อเมื่อเราเปรียบเทียบมันกับอย่างอื่น ยิ่งเปรียบเทียบ ยิ่งไม่จบ มองทุกอย่างจากตัวเอง ต้นเหตุ ของมันดีกว่า




หนูไม่ได้มองโลกในแง่บวกมากๆนะคะ หนูมองทั้งสองแง่ โอนเอนไปทางแง่ลบซะด้วยซ้ำบางที แต่นั่นก็คือข้อดีของการมองโลกในแง่ลบ เพราะคุณได้เตรียมใจกับการเจอสิ่งแย่ๆแล้ว เวลาเจอจริงๆ คุณก็คงไม่ได้ตกใจมาก อธิบายยากนะ หนูว่ามันไม่มีเส้นแบ่งเขตุว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งแย่มากๆ หรือดีมากๆ หนูว่าทุกสิ่งมันล้วนมีข้อดีข้อเสียในตัวมัน อยู่ที่ว่าคุณจะมองเห็นหรือป่าว ถ้าผลมันออกมาแย่ หนูก็จะนึกถึงผลที่แย่กว่า จะได้ทำให้ผลที่คิดว่าแย่แล้ว นั้นดีขึ้นมาทันที  สิ่งที่แย่ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไปค่ะ จริงๆ กระบวนการคิดทั้งหมดที่พูดมา อธิบายตายตัวยาก หนูว่ามันเป็นความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี การยอมรับความจริง การเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะการหนีปัญหาไม่ใช่การทำให้ปัญหาหายไปค่ะ

ขอให้คนที่อ่านบทความนี้ พบเจอแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะคะ อย่ากดดันตัวเองมากไปจนไม่มีความสุขนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมบอกรักคนที่คุณรัก อย่าลืมใส่ใจคนรอบข้าง อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองนะคะ :) 

Emerald Pool, Krabi, Thailand สระมรกต และบ่อผุด จังหวัดกระบี่



What you see here is not man-made, it is naturally formed. This place is a MUST to visit if you come to Krabi.










If you clap your hands or make a sound, the sand under the pond will start to pop.




Another parts and bits from Trang.


On the way to Morakot Cave or the Emerald Cave. We swam into the cave and reached the other side of the cave where there is a beach surrounded with forest. People say pirates used to hide their treasures here because if the tide is high, you won't notice that there is a beach at the end of the cave!
 
This is Koh Ngai. 


Koh Ngai is very peaceful, we actually took a nap here. Not many visitors come to this island. 



Bangkok Shutdown 2014

People might think we are crazy, and maybe we are; but who cares? We love our country. I'm always proud to be born as a Thai. Don't you think it's tiring sitting in the hot sun? Why do you think we are willing to do it though? The answer is right there in these pictures. We did it for our beloved country. We are protesting for a reform in our government. To admit, these days crimes occurred more frequently than before due to the economic pressure or whatever; but one thing for sure is because the law is not strongly enforced. People seem to neglect the law, or even the law creator is the one violating the law. Then who would want to be the good guy when you can commit a crime without being punished? If you commit and crime and be able to excuse yourself from that crime...what's the point of having those laws? 

Wearing a white, yellow, or red shirt doesn't make you less guilty. Whatever shirt you wear doesn't save you from the guilt that is eating your heart. (In Thailand, people wear different colours shirt to show their different political views. Red is usually those who support the ex-prime minister. White(some Red shirts camouflage themselves with white shirts, trying to say that they are not red, but of course everyone knows) are those who wants peace and light up candles, which I think it quite nonsense...This is reality, not in the movie where you light up candles and peace will come. Millions of people are out there protesting for justice, they are not going to care about those candles)

I don't know what other people think about Thailand, the only thing I know is I truly love my country. You won't understand how it felt to be part of such an important event if you don't come to see and hear it with your eyes and ears. It's incredible. The moment Suthep appeared in the crowd, people were blowing their whistles like crazy. It was so loud...too loud to be true! Suthep might not be the best guy, the most perfect politicians; but I know that's he's a man. He admitted what he did in the past and declared that he won't take any roles in Thai politics in the future after he achieve his victory in this fight. This is the man to be proud of. He knows where to end.

We are protesting for a better Thailand for our children. Have you ever heard the saying, "We inherited the future from our children"? This is what we decided to do. We want a better society for our children. We don't want our children to live in a crooked society where they would never understand what is right or wrong. 
Nowadays people seem to worship money more than anything. It's funny how one person has so much money but he couldn't buy what he wants. Ironic isn't it? Why would you still worship money so much that you let it change who you are. People side each other depending on who give more. I don't see the value coming out of this behaviour. Don't let power, money, and fame eat you until you lose even your soul. 
Our government gives us promises that are never granted. Farmers suicided themselves because they didn't have enough money to pay for their debts. A few years ago, our government let our farmers pawn their rice because our farmers were facing a crisis with the market. There were more rice than demand or something. I'm not sure what the problem was, but the government tried to solve it. It looks like the problem is solved. Then now, today...the same story appear up again. The government doesn't have enough money to pay back to our farmers. They are in debt for six trillion to our farmers. Guess what? They have only 1 trillion. What now? The things that they did to our country are hunting them down.

Talking about economic... people said that the protest impacts our tourism which is pretty much most of our GDP. I guess, yeah it does impact, but I still see foreigners walking in the protest too...The funny thing is the protest becomes a sightseeing place. There is a walking street just like in most of Thailand's province where people can eat and shop local taste. The protest is divided into many stages located in 7 main districts. The main one is at Patumwun, which is where the walking street is. I don't think it hurt the tourism that much, if you think about people who visit Thailand, you would think of those adventurous people. People who choose to come to Thailand knows that it's not as convenience as Japan, Korea, or any European countries. If they come with a backpack, their goals would be to explore Thailand freely. I think these people wouldn't mind the protest. The protest is not even scary anyway. People don't randomly fight. We protest with peace not violence.

"......มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ทำให้สูญเสียทางเศรษฐกิจวันละ 700-1,000 ล้านบาท “ผมก็เลยลองประเมินความเสียหายจากรัฐบาลนี้” ความเสียหายจากจำนำข้าว 425,000 ล้าน หมายความว่าต้องชุมนุม 400 วันถึงจะเท่ากับความเสียหายจากการทุจริตจำนำข้าว นี้ยังไม่รวม ทุจริตโครงการอื่น หรือถ้ารวมความเสียหายทั้งหมดที่ผ่านมาจาก ระบอบทักษิณ ที่เราต่างรู้กันๆ คงต้องชุมนุมปิดกรุงเทพฯ กันยาวเท่าไหร่ ถึงจะเท่ากับความเสียหายที่ ระบอบทักษิณ ทำไว้ 1 ปี มี 365 วัน คงต้องชุมนุมกันเป็น 10 ปี ไม่แน่ใจว่าถึง 100 ปีป่าว... แต่ถ้าไม่ออกมาหยุด 2 ล้านล้าน คงออกมาชุมนุมแล้ว ไปเกิดใหม่ มาชุมนุมอีก ประเทศยังเสียหายไม่เท่า รัฐบาลนี้ทำเลย...." -- เพชร โอสถานุเคราะห์

Mr. Petch Osathanugrah, the chairman of Bangkok University said he gauged the impact from the protest which is about 700-1000 million baht, so he gauged the destructive impact from this government...from pawning of rice which has a value of 425,000 million...it occurs to be that people must protest for around 400 days to reach the same amount as the economic destruction that the government has done to the pawning of rice. This value does not include other corrupted campaigns under the ex-prime minister regime. People would have to protest for like 10 years or maybe 100 years to destroy the same amount of damage that the government has done.  
..
.
.
My experience at the protest is very impressive. These people assure me that Thai people are so kind and thoughtful. I was holding my camera, and some children saw me and yell "Camera! Picture! Take picture!". Then they all started to pose. I don't know them at all. After taking the picture, they ran to other places. I smiled. A little friendship started right there at that moment. It's a small happiness of the day. One thing that you will definitely get if you go to the protest is smile. I  randomly smiled to other unknown people, they smiled back immediately. Here it is, Thailand the land of smiles.  
I once said that the purpose of this blog is to at least improve the reputation of Thailand. I was my goal one year ago when I started travelling around my country and shared my experience through this blog. I'm still doing it right now. Never stop. My blog might be just a small voice, but at least I'm doing something for my country.
















คุณเคยคิดบ้างไหมว่าผู้คนเหล่านี้เขาจะเหนื่อยสักแค่ไหนที่ต้องมาตากแดดตากลมโบกธง นั่งประท้วง พวกเขาทำไปกันทำไม? คำตอบก็คงอยู่ในมือพวกเขา ธงชาติที่พวกเขาเหล่านั้นโบกอยู่ พวกเราทำมันเพื่อชาติของเรา
















ความประทับใจอย่างหนึ่งของการไปม็อบ ยกกล้องขึ้นมาจะถ่ายรูปธงชาติไทย เจอเด็กกลุ่มหนึ่งหันมาร้องว่า "กล้อง! ถ่ายรูป! ถ่ายรูป!" ตอนแรกงงค่ะ "หา อะไรนะน้อง อ๋อโอเค" ได้ๆ พี่ถ่ายให้ได้แต่พี่ก็ไม่รู้จะเอารูปมาให้น้องยังไงเหมือนกันนะ ก็หวังว่าพ่อแม่น้องจะเล่นเฟสบุ๊คแล้วคนเขาจะแชร์รูปน้องต่อๆไปจนน้องได้เห็นนะคะ เด็กกลุ่มนี้ยืนเต๊ะท่าในถ่ายเฉยเลยค่ะ ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน น่ารักมากเลย พี่คนข้างหลังใจดีส่งธงมาเป็นพร็อบให้น้องเขาถืออีก ดูทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อีกอย่างหนึ่งคือ ส่งรอยยิ้มไปหาใคร ได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาทุกทีแม้ว่าจะไม่ได้รู้จักกัน นี่สิสยามเมืองยิ้ม เท่านั้นยังไม่พอค่ะ มิ่งอยากปีนขึ้นไปบนแท่นจะได้ถ่ายรูปมุมสูง มีคนใจดีถามด้วย "ขึ้นไหมครับ" แล้วยื่นมือมาช่วยดึงขึ้นไป ใครว่าคนไทยไม่รักกัน คนไทยไม่รักชาติ ที่มาชุมนุมกันทั้งหมดนี้คงเป็นคำตอบที่ดีได้ 
.
.
เคยได้ยินไหมเด็กคืออนาคนของชาติ ?
.
โดยส่วนตัว หนูไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายเกี่ยวกับการเมือง หากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

เรื่องจริงของสังคม เดี๋ยวนี้คนกล้าทำชั่วกันมากขึ้น ไม่กลัวกฎหมาย ในเมื่อทำผิดจะโดนจับหรือป่าวก็ไม่รู้ ถึงโดนจับก็โดนปล่อยได้ หรือไม่ก็คนดูแลรักษากฎหมายทำผิดซะเอง...คนชอบคิดเองว่า เพราะคนอื่นทำแล้วไม่ผิด ฉันเลยทำได้บ้าง การที่ทำได้ ไม่ได้แปลว่าควรทำ เหมือนสังคมยังมึนๆ ดูอย่างตำรวจโดนสามัญชนทำร้าย งงอีก... ตำรวจควรมีความสามารถในการปกป้องตัวเองไม่ใช่หรือ ไม่งั้นจะปกป้องประชาชนได้อย่างไร นี่มาเรียกร้องความเป็นธรรมซะงั้น สรุปใครเป็นผู้ร้ายเป็นตำรวจ ดูบทบาทหน้าที่จะสลับกัน กลับกลายเป็นประชาชนที่ผิดหรือ? เออก็ผิดที่ซ้อมแต่ถามไหมว่าสาเหตุที่ซ้อมคืออะไร ไปพูดอะไรหรือป่าวใครจะไปรู้ โอเค ยอมรับ อคตินิดหน่อย แต่ทำไมสื่อถึงไม่ออกข่าวดูอาการผู้บาดเจ็บอีกสองคนที่โดนยิง กลับมาให้ความสนใจตำรวจที่โดนซ้อม จะเรียกร้องความเป็นธรรมก็ให้มันเป็นธรรมเท่าๆกันสิ บางทีสังคมก็บูชาอำนาจเงินกันมากเกินไปยอมให้เงินมันกลืนกินความผิดชอบชั่วดี แต่ก็น่าสงสัยบางคนมีเงินล้นฟ้าแต่กลับซื้อบางอย่างที่ตัวเองต้องการไม่ได้ แล้วอย่างนี้พวกคุณจะปล่อยให้อำนาจเงินมันครอบงำทำไม? ชีวิตคนเราฟังดูไร้ค่าถ้ายังหาจุดยืนในชีวิตตัวเองไม่ได้ ไหลไปเรื่อยแล้วแต่ใครให้เงินมากกว่า คุณตายไปคุณก็เอาเงินไปกับคุณไม่ได้อยู่ดี
เราเคยภูมิใจกันนักหนาว่าประเทศไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติใด แต่เราจะยอมให้ใครบางคนทำแบบนั้นกับประเทศเราแทนงั้นหรือ?
ความหมายของธงชาติไทยคืออะไร? สีแดงคือชาติ สีขาวคือศาสนา แผ่นดินนี้ไม่เคยแบ่งแยกว่าใครจะนับถือศาสนาอะไรเพราะทุกศาสนาล้วนสอนให้เราทุกคนเป็นคนดีไม่เบียดเบียนผู้อื่น และสุดท้าย สีน้ำเงินที่อยู่ตรงกลางคือพระมหากษัตริย์ ทำไมถึงอยู่ตรงกลาง? ไม่ใช่ว่าพระองค์ทรงเป็นจุดศูนย์กลางของพวกเราทุกคนหรอกหรือ? มีสีขาวอยู่ขนาบข้างบ่งบอกถึงการไม่แบ่งแยก ความบริสุทธิ์ บวกกับสีแดงที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย รวมกันแล้วมันออกมาเป็น ประเทศไทยที่พวกเราทุกคนรัก หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหล่านี้ธงชาติไทยคงไร้ความหมาย หนูว่าเราไม่ได้ต้องการแบ่งแยกนะว่าใครอยู่สีอะไร อยู่ฝ่ายไหน ถึงคุณจะใส่เสื้อเหลืองหรือแดงหรือขาวแต่ถ้าคุณทำผิด ยังไงคุณก็ผิด การใส่เสื้อมีสีมันไม่ได้ช่วยทำให้คุณผิดน้อยลง แต่จงยอมรับผลของการกระทำของคุณดีกว่า ทำแล้วก็กล้ายอมรับ อย่าเอาความผิดของคุณมาทำให้ธงชาติของเราแปดเปื้อน นี่ก็คงเป็นแค่การตีความหมายในความคิดของหนู ความหมายของธงชาติจริงๆมันอาจจะไม่ได้เป็นตามนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนูรู้ คือ คนไทยรักชาติของตัวเองมากแค่ไหน และหนูไม่เคยเสียใจที่เกิดมาเป็นคนไทย
นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว หนูอาจจะไม่ได้รู้ทุกอย่าง ทุกเรื่อง แต่จากที่หนูทราบ หนูคิดแบบนี้ค่ะ คนเรามันไม่มีใครดีเลิศเลอเพอเฟ็กไปซะทุกอย่าง แต่ขอแค่เมื่อทำผิดแล้วยอมรับผลการกระทำของตนเอง สังคมเราคงจะน่าอยู่มากกว่านี้ค่ะ อีกหน่อยรุ่นลูกรุ่นหลาน ขัดใจกันนิดหน่อยเขาไม่ยิ่งกันตายเลยหรอคะ ผลของการกระทำของเราทุกคนในวันนี้มันมีผลต่อภายภาคหน้า กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง ขอชื่นชมพี่น้องชาวไทยที่ออกมาชุมนุมจากใจ ถามว่าออกมาทำไม บอกได้อย่างเดียวว่า "เพื่อชาติ" เวลาใครถามว่ามาจากประเทศอะไร หนูตอบอย่างภาคภูมิใจว่า 'ประเทศไทยค่ะ' .
หนูอาจจะเขียนเหมือนการฟังความข้างเดียว ก็อาจจะใช่ แต่ที่บ้านหนูไม่ติดบลูสกายด้วยซ้ำ หนูดูข่าวเท่าที่ทีวีปกติจะถ่ายทอดให้ดู แต่นี่เป็นความคิดเห็นจากสิ่งที่หนูเห็น สิ่งที่หนูคิด ไม่ได้มีใครยัดเยียดให้หนูคิดยังไง หนูก็แค่รักประเทศไทย และอยากเห็นคนไทยรักกัน อย่าให้อำนาจเงินมันตัดสินชะตาชีวิตของเรา


เลตรัง






โกโก้ร้อน...เครื่องดื่มทุกชนิดที่มีที่ตรัง เห็นเพื่อนบอกว่าเขาจะใส่นมข้นไว้ข้างล่างแล้วให้เราคนเอาตามที่เราชอบ หมายความว่า บางทีเขาจะให้มาเยอะเกิน แล้วเราก็คนแค่เท่าที่เราอยากจะให้หวานเท่านั้น ยังไงล่ะ แบบไม่ต้องคนทั้งหมด คนแค่เฉพาะบางส่วนเท่านั้น ตอนแรกไปก็ไม่รู้เรื่องคนมันหมดเลย หวานเกินค่ะ แหม คนเรามันต้อง โง่ก่อนถึงจะฉลาดละเนอะ การมาทานอาหารที่เมืองตรังนี่ทำให้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ได้เยอะเลยค่ะ 





 สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการมาทานติ่มซำ ร้านที่มาทานในเช้าวันนี้คือ เลตรังค่ะ อิ่มอร่อย ราคาไม่แพง ที่ตรังร้านอาหารราคาโอเคมาก อร่อยแล้วไม่แพงโอเวอร์ ชอบค่ะ 5555 เราอยากทานอะไรเราก็ไปเลือกหน้าร้าน แล้วเขาก็จะนึ่งให้เราค่ะ ก๋วยเตี๋ยวหลอดอร่อยมากค่ะ