ณ เวลาหนึ่ง

ในความโชคร้าย มักมีความโชคดีซ่อนอยู่เสมอ...

เนื่องด้วยได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับทำไมคนบางคนถึงมีความสุขตลอดเวลา หนูคิดว่าตัวหนูเองเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น หนูทำได้มาตลอดหลายปี และอยากแบ่งปันให้คนอื่นเป็นแบบหนูด้วย หนูมักเป็นจุดศูนย์กลางของเพื่อนโอนเอียงไปทางหน่วยกู้ชีพของเพื่อนมากกว่า เพื่อนส่วนใหญ่ เวลามีปัญหาอะไรจะมาปรึกษา เพื่อนบอกว่าหนูมีจิตใจที่แน่วแน่ มั่นคง วันก่อนพึ่งเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอมาสองปี เพื่อนทักว่า หนูยังเป็นคนยิ้มง่าย มีความสุขง่าย เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย หนูว่ามันคงเป็นเพราะระบบการจัดการกับการคาดหวังของหนู เมื่อก่อนหนูเคยคาดหวังอะไรมากๆ อยากให้มันเป็นไปตามที่หนูต้องการ แต่จากการผิดหวังซ้ำๆ มันทำให้หนูเรียนรู้ว่า โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีคำว่า 'perfect' ทุกๆคนไม่ว่าจะรวยจะจนล้วนแล้วแต่มีข้อเสีย ย้ำว่าทุกคน ปัญหาในชีวิตเรา เราอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถ้าหยุดคิดสักนิดหนึ่ง เราจะรู้ว่าเราโชคดีกว่าคนอื่นๆ อีกมากมายแค่นี้ คนอื่นๆที่เราไม่รู้จักยังมีปัญหาที่หนักหนากว่าเรา ต้องเผชิญเหตุการณ์ที่แย่กว่าเราอีกเยอะ และมันก็ไม่ใช่การแข่งขันว่าชีวิตใครแย่กว่ากัน  มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องแข่ง ปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้ ค่อยๆแก้ทีละจุด มองโลกจากเหตุและผลแล้วคุณจะเลิกโทษโชคชะตา อย่ามองปัญหาเป็นก้อนใหญ่ๆ มองมันเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่คุณจะค่อยๆ ถอดออกที่ละนิด ที่สำคัญ อย่าหนีปัญหา มองต้นเหตุ แต่เหตุมันเกิดจากตัวคุณ ก็แก้ที่ตัวคุณ ปัญหาอย่างหนึ่งของคนส่วนใหญ่ มักไม่มองย้อนกลับมาดูตัวเอง ไม่ค่อยยอมรับว่าเหตุเกิดจากการกระทำของตัวเอง คนชอบพูดว่า ทำไม่ได้หรอก ไปไม่ได้หรอก คำว่าไม่ได้ ทำไม่ได้ ไปไม่ได้ มันเป็นเพียงแค่ข้ออ้างของพวกขี้แพ้ที่กลัวที่จะลอง บางคนอาจจะทำไม่ได้จริงๆ เพราะปัจจัยอื่นๆ คนเรากลัวที่จะสูญเสีย ไม่กล้าที่จะเสี่ยง เพราะกลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา หนูก็กลัว ไม่ใช่ไม่กลัว แต่หนูแค่เจอหลายๆเหตุการณ์ที่หนูเจอกับผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ แต่หนูรู้ว่าต้นเหตุมันมาจากตัวหนูเอง หนูรู้ว่าหนูทำได้มากกว่านี้ แต่หนูขี้เกียจ หนูปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป หนูพยายามไม่มากพอ แต่หนูก็ยอมรับให้ผลของการกระทำของหนู หนูเชื่อว่า ถ้าคนเรามีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะทำอะไรจริงๆ เราทำได้หมด ขอแค่เราให้กำลังใจตัวเอง ถ้าไม่รู้จะทำเพื่อใคร ก็ทำเพื่อตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง อย่าดูถูกตัวเอง รักตัวเองให้มากๆ อย่าเอาอนาคตของตัวเองไปผูกไว้กับอนาคตของคนอื่น อนาคตของคุณ คุณกำหนดมัน


หนูไม่เอาอนาคตมากดดันปัจจุบัน ไม่เอาอนาคตมาทำให้ปัจจุบันของหนูไม่มีความสุข นั่งเรียนอยู่ทุกวันก็เคยเฝ้าถามตัวเอง จะเรียนเยอะๆ หาเงินเยอะๆ ไปทำไม เรียบจบสูงๆ แล้วได้อะไร คำตอบก็แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน หนูก็ไม่รู้ทางเลือกที่ดีที่สุดคืออะไร คนเราคงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองมากเกินไปจนลืมกลับมาคิดใหม่ว่า สิ่งที่ดีที่สุดอาจจะไม่ได้พอดีกับตัวคุณเสมอไป เห็นคนส่วนใหญ่ ตั้งมาตรฐานอะไรมากมาย กดดันตัวเอง จนวันแต่ละวันไม่มีความสุข ถ้าลองคิดดีๆ จุดประสงค์หลักๆ ที่คนเราขยันทำงานก็คงเพราะอยากสบายวันข้างหน้า มีเงินใช้เยอะๆ แต่หนูเห็นคนรวยหลายคนนะ ที่มีเงินล้นฟ้า แต่ไม่มีคนข้างกายที่จริงใจ ไม่มีความสุขกับชีวิตจริงๆ หนูว่าเราเอาคำว่าข้างหน้า มาทำให้วันนี้ของเราไม่มีความสุข ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้คิดถึงวันข้างหน้า แต่คิดแบบพอดีๆ แบบที่ใจคุณสุข แบบที่คุณพอใจและภูมิใจกับตัวเองว่า ถ้าฉันตายไปวันนี้ ฉันจะไม่เสียใจ คนเราจะตายวันตายพรุ่ง มันไม่มีคำว่า นิรันดร์ อยู่กับปัจจุบันดีกว่า ดูแลคนรอบข้าง คนที่คุณรักให้ดี ถ้าไม่มีก็จงเริ่มรักตัวเองซะ ถึงจุดๆหนึ่งของชีวิต คุณก็คงถามตัวเองว่าทำงานมากมายไปเพื่ออะไร มีเงินเยอะแยะแต่ไม่มีความสุข พูดตามตรง โลกนี้ไม่มีคำว่าที่สุด เพราะมนุษย์เราไม่รู้จักคำว่าพอ เมื่อเรามาถึงจุดๆหนึ่ง เราก็อยากจะกระเทิบขึ้นไปอีกจุดหนึ่ง  คุณตามล่าหาความที่สุดในชีวิตคุณ คุณไม่มีวันเจอมัน คุณไม่มีวันจะได้มันมา ตราบใดที่ใจคุณยังไม่พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีในปัจจุบัน  ลองพักใจ หยุดคิดเรื่องโครงการร้อยแปดในหัว แล้วถามตัวคุณเองจริงๆว่า อะไรทำให้คุณมีความสุข


หลายเรื่องที่สะท้อนสังคมในวันนี้ หาคนรวยง่ายกว่าหาคนดี หาเพื่อนกินง่ายกว่าหาเพื่อนตาย ทำไมคนต้องกลัว หรือ อายที่จะต้องเป็นคนดี การเป็นคนดี คุณไม่ต้องอวดใครก็ได้ ไม่ต้องให้ใครสรรเสริญคุณก็ได้ คุณสรรเสริญตัวคุณเองได้ ทุกวันนี้ เราเอาค่านิยมทางสังคมมากำหนดการกระทำของเรามากไป การที่คนอื่นทำ ไม่ได้แปลว่าเราต้องทำตาม การทำผิดแล้วไม่ถูกตำหนิ ไม่ได้แปลว่าต้องทำ เวลาหนูเจอคนมีน้ำใจ หรือหนูช่วยเหลือใครเล็กๆน้อยๆ หนูรู้สึกดีมากเลยนะ มันทำให้หนูยิ้มได้ อย่างแค่เก็บเหรียญให้คนอื่น หรือมีคนเปิดประตูให้ หรือเวลาขับรถแล้วคนเปิดไฟให้ไป สิ่งเล็กๆน้อยๆ แบบนี้ควรจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในสังคมไทย การมีน้ำใจให้ซึ่งกันและกันแค่นิดเดียวมันอาจจะสร้างความแตกต่างอย่างมหาศาล จริงๆนะ หนูยังเชื่อว่าสังคมไทย มีคนดีอีกเยอะ แต่พวกเขาแค่อยู่ในเงา เพราะคนไทยเป็นโรคอะไรไม่รู้ ข่าวดีๆ คนดีทำเพื่อนสังคม ไม่ค่อยสนใจ อย่างมาก จำกันเพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งแล้วก็ลืม ข่าวเสียๆหายๆ ความหายนะของชีวิตคนอื่นนี่สนใจกันจัง อยากบอกคนที่มีน้ำใจ มีจิตใจเอื้ออารีว่า ทำต่อไปเถอะค่ะ ถึงจะไม่มีใครยกยอคุณ แต่ตัวคุณเองจงภูมิใจกับความดีของคุณ อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ใครๆก็อยากอยู่ อยากเห็นคนไทยยิ้มให้กัน มีน้ำใจให้กัน เพียงเล็กน้อยก็ยังดีค่ะ เพราะการกระทำเล็กๆน้อยๆของคุณอาจจะเป็นการสร้างความสุขที่ยิ่งใหญ่สำหรับใครหลายคน หนูเป็นคนยิ้มง่าย เพราะความคาดหวังของหนูต่ำ ถึงหนูผิดหวัง แต่หนูไม่ค่อยนั่งเสียใจนานนัก เพราะมันเป็นอะไรทืี่ผ่านไปแล้ว คิดมากปวดหัว อย่าจมอยู่กับอดีตดีกว่า เอาอดีตมาทำปัจจุบันและอนาคตให้ดี อย่าให้พลาดเหมือนที่แล้วมา หนูมีความสุขง่ายกับอะไรง่ายๆ ที่คนอื่นคงหาว่าหนูบ้า แต่ถ้าทบๆความสุขเล็กๆนั้นในแต่ละวัน หนูมีความสุขเยอะนะคะ อย่าละเลยปริมาณค่ะ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ น้อยหรือมาก มันจะน้อยหรือมากก็ต่อเมื่อเราเปรียบเทียบมันกับอย่างอื่น ยิ่งเปรียบเทียบ ยิ่งไม่จบ มองทุกอย่างจากตัวเอง ต้นเหตุ ของมันดีกว่า




หนูไม่ได้มองโลกในแง่บวกมากๆนะคะ หนูมองทั้งสองแง่ โอนเอนไปทางแง่ลบซะด้วยซ้ำบางที แต่นั่นก็คือข้อดีของการมองโลกในแง่ลบ เพราะคุณได้เตรียมใจกับการเจอสิ่งแย่ๆแล้ว เวลาเจอจริงๆ คุณก็คงไม่ได้ตกใจมาก อธิบายยากนะ หนูว่ามันไม่มีเส้นแบ่งเขตุว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งแย่มากๆ หรือดีมากๆ หนูว่าทุกสิ่งมันล้วนมีข้อดีข้อเสียในตัวมัน อยู่ที่ว่าคุณจะมองเห็นหรือป่าว ถ้าผลมันออกมาแย่ หนูก็จะนึกถึงผลที่แย่กว่า จะได้ทำให้ผลที่คิดว่าแย่แล้ว นั้นดีขึ้นมาทันที  สิ่งที่แย่ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไปค่ะ จริงๆ กระบวนการคิดทั้งหมดที่พูดมา อธิบายตายตัวยาก หนูว่ามันเป็นความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี การยอมรับความจริง การเผชิญหน้ากับปัญหา เพราะการหนีปัญหาไม่ใช่การทำให้ปัญหาหายไปค่ะ

ขอให้คนที่อ่านบทความนี้ พบเจอแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะคะ อย่ากดดันตัวเองมากไปจนไม่มีความสุขนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมบอกรักคนที่คุณรัก อย่าลืมใส่ใจคนรอบข้าง อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองนะคะ :) 

Emerald Pool, Krabi, Thailand สระมรกต และบ่อผุด จังหวัดกระบี่



What you see here is not man-made, it is naturally formed. This place is a MUST to visit if you come to Krabi.










If you clap your hands or make a sound, the sand under the pond will start to pop.




Another parts and bits from Trang.


On the way to Morakot Cave or the Emerald Cave. We swam into the cave and reached the other side of the cave where there is a beach surrounded with forest. People say pirates used to hide their treasures here because if the tide is high, you won't notice that there is a beach at the end of the cave!
 
This is Koh Ngai. 


Koh Ngai is very peaceful, we actually took a nap here. Not many visitors come to this island. 



เลตรัง






โกโก้ร้อน...เครื่องดื่มทุกชนิดที่มีที่ตรัง เห็นเพื่อนบอกว่าเขาจะใส่นมข้นไว้ข้างล่างแล้วให้เราคนเอาตามที่เราชอบ หมายความว่า บางทีเขาจะให้มาเยอะเกิน แล้วเราก็คนแค่เท่าที่เราอยากจะให้หวานเท่านั้น ยังไงล่ะ แบบไม่ต้องคนทั้งหมด คนแค่เฉพาะบางส่วนเท่านั้น ตอนแรกไปก็ไม่รู้เรื่องคนมันหมดเลย หวานเกินค่ะ แหม คนเรามันต้อง โง่ก่อนถึงจะฉลาดละเนอะ การมาทานอาหารที่เมืองตรังนี่ทำให้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนที่นี่ได้เยอะเลยค่ะ 





 สิ่งที่พลาดไม่ได้คือการมาทานติ่มซำ ร้านที่มาทานในเช้าวันนี้คือ เลตรังค่ะ อิ่มอร่อย ราคาไม่แพง ที่ตรังร้านอาหารราคาโอเคมาก อร่อยแล้วไม่แพงโอเวอร์ ชอบค่ะ 5555 เราอยากทานอะไรเราก็ไปเลือกหน้าร้าน แล้วเขาก็จะนึ่งให้เราค่ะ ก๋วยเตี๋ยวหลอดอร่อยมากค่ะ 

ตรัง...เมืองของคนรักสงบ ๑ Trang, Thailand ถ้ำเลเขากอบ สถานีรถไฟกันตัง

พึ่งได้มีโอกาสลงไปเที่ยวใต้อีกครั้งและก็ไม่ผิดหวังเช่นเดิม ตอนแรกชั่งใจอยู่ว่าเชียงใหม่หรือตรังดี แต่เชียงใหม่พึ่งไปมาเมื่อกลางปี ๕๖ เลยลองไปตรังมั่งดีกว่า ไม่เคยไปตรังเลยค่ะ ไกลที่สุดที่เคยไปคือสมุย เมื่อปีที่แล้ว ประทับใจไม่รู้ลืม รอบนี้ก็เช่นกัน ประทับใจเมืองใต้โดยเฉพาะตรัง ปีท่ีแล้วก็ว่าจะไปแต่ไปไม่ถึงปีนี้เลยจัดสักหน่อยหลังจากที่ได้อ่านหนังสือมาหลายเล่ม เขาว่ากันว่าตรังเป็นเมืองของคนรักสงบ เป็นเมืองเล็กๆ วนแปปเดียวก็ทั่วเมือง แต่ยังคงความขลังและกลิ่นอายความเป็นเมืองเก่าได้อย่างยอดเยี่ยม มันใช่จริงๆนะ เมืองน่ารักมาก เงียบสงบ คนส่วนใหญ่ดูใจเย็น เหมือนเขาไม่เร่งรีบอะไร จริงๆคือคนต่างจังหวัดเป็นมิตร มีน้ำใจมากกว่าคนเมืองกรุง เอาง่ายๆ ส่วนใหญ่เมืองตรังเหมือนจะมีแต่โรงน้ำชาที่ผู้คนจะสัญจรมาดื่มชากาแฟตอนเช้า พบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เห็นว่าสมัยก่อนจะเป็นจุดรวมพลเลยก็ว่าได้ ใครมีประกาศอะไรจะบอกก็จะมาที่โรงน้ำชา คนส่วนใหญ่จะตื่นเช้ากันและมานั่งฟังวิทยุของร้าน เพราะสมัยก่อนไม่มีทีวี .... พอก่อนดีกว่า ก่อนที่จะร่ายยาวจนไม่จบ ลงมาตรังครั้งนี้สถานที่แรกที่ไปเยือน คือถ้ำเลเขากอบ ต้องขับรถออกไปจากตัวเมืองประมาณชั่วโมงกว่าๆได้ มิ่งไปคราวนี้เช่ารถตู้กันไปก็ให้พี่คนขับพานำเลยค่ะ สบายหายห่วงไม่มีหลงค่า ก็ห้าคนจ่ายสามร้อย ต่อเรือหนึ่งลำ ก็จัดไปค่ะ คุณลุงคนพายเรือพายเรือเก่งมากกกค่ะ พายเร็วและคล่องมาก (ไม่คล่องสิแปลก -_-") ตอนแรกๆก็ปกติค่ะ พายเข้าถ้ำธรรมดา พายเข้าไปเรื่อยๆ เขาก็จะพาเราไปดูถ้ำแบบที่เดินดูได้อะนะ สวยดีนะคะ แต่โดยส่วนตัวกลัวค่ะ 55555 ไม่ชอบอยู่ที่มืดๆ แคบๆ เหมือนไม่มีทางออก แต่ก็สวยนะคะ แปลกตาดี ไม่ค่อยได้มาถ้ำเท่าไหร่ 

This is my first time visiting 'Trang'. I was hesitating between Chiang Mai and Trang, although I already been to Chiang Mai several times. (If you visited Chiang Mai, you'll understand why you can't stop going back to that place again). I ended up choosing Trang; not a mistake at all. It is truly one of the best choices I ever made in my life. Trang is just the right place where I wanted to be. It's very quiet, calm, and relaxing. People seem to carry the old traditional life. Most of the restaurants in Trang are delicious. There are lots of coffee and tea houses for people to chit chat in the morning, but actually they always drink coffee and tea throughout the day. My first activity in Trang is going to Tum Lay Kao Grob. It's a cave. As you can see in the picture. Just FYI those colorful thingy are worshipping ornaments. We respect the guardian spirit at that place. Okay, it might sounds like ..."What the hell are you talking about?". In Thailand, (mostly Buddhist people) believe that every place has a guardian spirit. Some people often ask for their wish to come true and they would worship the spirit just like in the picture. 






อันนี้เขาบอกว่า ถ้าอะไรหว่า...จำไม่ค่อยได้ น่าจะด้านซ้ายให้คนมีครอบครัวแล้วลอดเข้าไปดูด้านในนะคะ ส่วนตรงกลางคือคนโสด (เห็นช่องตรงกลางไหมคะ นั่นล่ะค่ะ) ด้านขวานี่ไม่แน่ใจ จริงๆก็จำไม่ค่อยได้ทั้งสามช่องว่าอะไรเป็นอะไร เอาเป็นว่ามิ่งลอดอันกลางค่ะ และขาออกเขาไม่ซีเรียสมั้ง อันไหนก็ได้ ก็เลยออกอันซ้ายมาค่ะ ต้องลองถามคนพามาอีกทีว่ายังไง แต่ปกติเขาคงอธิบายอยู่แล้วล่ะค่ะ




มันดูน่ามหัศจรรย์ตรงที่ ถ้ำมันเกิดขึ้นได้ไง เป็นรูปหน้าตาแบบนี้







หลังจากชมถ้ำเสร็จคุณลุงคนพายเรือก็ถามว่า พวกเรารีบกันหรือเปล่า ไม่ค่ะไม่รีบบบ เขาเลยพาไปลอดท้องมังกรต่อค่ะ อันนี้เด็ดเลย เสียวมาก คือเราต้องนอนราบไปกับเรือ หิน เขาเรียกว่าอะไรหว่า ไม่ใช่หินสิ หรือหิน อืมม...ภาษาไทยไม่แข็งแรง โอเค หินก่อนแล้วกัน นั่นล่ะ มันจะเฉียดหน้าเราเลย คือมีช่องแคบๆให้เราลอดได้เท่านั้น แล้วคุณลุงคนพายเรือจะคอยดันเรือ เสียวยิ่งกว่าเล่นรถไฟเหาะอีกค่ะ มันดูเหมือนหินมันจะเฉียดหน้าเราอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ คือคนพายเก่งมากค่ะ เขาบอกว่าลอดแล้วจะโชคดี แต่ต้องมีเวลานะคะ เพราะใช้เวลาค่อนข้างนาน อาศัยความชำนาญล้วนๆเลยค่ะ ไม่รู้คุณลุงคนพายเรือจำทางได้อย่างไร มันมืดและเหมือนกันไปหมดเลย ลุงแกบอกว่าแกทำด้วยใจ ปลอดภัยหายห่วง ไม่ต้องกังวล ก็สนุกดีนะคะสำหรับกิจกรรมแรกแห่งการมาเยือนเมืองตรัง




The First Rubber Tree in Thailand 

I was expecting it to be more extravagant than this, but whatever it looked nice enough. They probably didn't expect the road to come in the future when they first planted this tree. The southern part of Thailand has lots of rubber and palm tree due to the humidity. It's unbelievably humid! (Thailand is an agricultural-based country, just so you know).

ส่วนอันนี้แวะระหว่างทางไปสถานีรถไฟกันตังค่ะ ต้นพาราต้นแรกของประเทศไทย ตอนแรกนึกว่าจะอลังการงานสร้างมากกว่านี้ แต่นี่อยู่ติดถนนเลยค่ะ 5555 แต่ก็นะ ใครจะไปรู้ล่ะเนอะ ว่าต่อมามันจะมาเป็นถนน เมื่อก่อนมันคงไม่ใช่ถนน เขาเลยปลูกได้ แต่เวลาผ่านไปอะไรๆก็เปลี่ยน มาได้เห็นก็บุญละค่ะ 




อีกหนึ่งสถานที่ ที่ห้ามพลาด พลาดไม่ได้ ถ้าไม่มาคือมาไม่ถึงเมืองตรัง สถานีรถไฟกันตังค่ะ มิ่งไม่รู้ประวัติมากนะ เน้นชมและถ่ายรูปมากกว่า ให้ความรู้สึกถึงสมัยก่อนดีค่ะ ตรังอาคารยังงดงามอยู่เลย


Kan Tang Train Station, another landmark of Trang. (No longer in use though, just a scenery)

ถ้าใช้จินตนาการหน่อยๆ คงนึกบรรยากาศสถานีรถไฟ มีคนมานั่งรอออกเลยค่ะ






Trang Cake! Gotta love it. Although it's just a normal chiffon cake(Am I picking the right name? IDK) It's just eggs, sugar, and flour mixed together I guess, but extremely delicious and you can't stop eating it! It's not too sweet and greasy like some other creamy cakes, so maybe that's why I kept on eating it! They come in several flavours like butter, orange, coffee, and 3 flavours altogether.

เข้าใจว่าเค้กนี้น่าจะเรียกว่าเค้ก ขุกมิ่งนะคะ ท่าไม่เข้าใจผิดนะ ตามที่อ่านหนังสือมา แต่คนเขาก็จะเรียกว่าเค้กเมืองตรัง มันจะมาเป็นหลายๆรสให้ได้เลือกกันเช่น รสส้ม ใบเตย กาแฟ สามรถ เนย อะไรประมานนี้ ไอ้ตอนมาวันแรกก็ไม่รู้หรอกค่ะร้านไหนอร่อย เจอร้านนี้เข้าก็เลยลองหน่อย จำชื่อร้านไม่ได้อีกแล้ว ไม่เป็นไร เราเจอร้านที่อร่อยกว่าร้านนี้ชื่อร้านซินหยูเฮียง หรือเค้กกุหลาบ ร้านนั้นอร่อยมากค่ะ เค้กเนื้อจะเบาและแน่นกว่าร้านนี้นิดหนึง จริงๆถ้ากินมึนๆ ก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าอันไหนอร่อยกว่ามันคล้ายไกันหมด แต่ร้านริชชี่ก็เป็นอีกร้านที่อร่อยมาก แต่ร้านนั้นจะเป็นเค้กมะพร้าวอ่อน คือมันเบาและนุ่มมากกกก ทานกันหมดกล่องในร้านกันเลยทีเดียว กอนเท่าในรูปนี่ล่ะค่ะ ทานกันห้าคน เกลี้ยงค่ะ ตอนมาก็บอกเพื่อนเลย เราไม่เน้นเท่ียวนะเราเน้นกินกัน 5555 ตามนั้นค่ะ น้ำหนักขึ้นมาห้าโล ของกินเมืองตรังอร่อยมากกกก หมูย่างนี่ดิ้นนเลย อร่อยมากๆจริงๆค่ะ 


A dinner at Ko-Kia. Took them long enough to starve us. Somehow they cooked table by table which I didn't understand at all. The plate decorations are so fancy, but the food is not like oh wow you must come. Decent. Maybe the chef was tired. He looked tired! I think it was just that they that it happened to be not that impressive. My friend told me that this restaurant is very popular for tourist. 

แวะทานอาหารในอำเภอกันตัง ร้านดัง โกเกี๊ย เพื่อนแนะนำมา เขาบอกว่าดัง เราก็เออๆ เอาๆก็เอา ปรากฏรอนานมากกกกกกกกก ชั่วโมงกว่าได้ กว่าอาหารจานแรกจะมา เหมือนเขาจะทำอาหารทีละโต๊ะ หรือวันนั้นพ่อครัวไม่พอก็ทราบเหมือนกันค่ะ อาหารอยู่ในระดับโอเคนะ ไม่ได้อร่อยแบบเว่อร์ หรือจริงๆ ที่อร่อยอาจจะเป็นไข่ตุ๋นคุณยายที่พวกเราปฏิเสธจะสั่ง เพราะคิดว่าสั่งกันมาเยอะแล้ว แต่คนขายเขามาถามหลายรอบมา ว่าเอาไหมๆ สุดท้ายก็ไม่ได้ทานอยู่ดีล่ะค่ะ 5555 


อาหารไม่เด่น เด่นอุปกรณ์ละมังคะ


กุ้งทอดผัดต้มยำ (ชื่อน่าจะประมาณนี้ ความจำเรือนลาง)


อันนี้กุ้งทอดกระเทียมค่ะ


ราดหน้าซุเปอร์สตาร์(?) สักอย่าง แต่วันนั้นสงสัยพ่อครัวทำงานหนักเลยเบลอลืมปรุงหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ มันเลยออกมาจืดๆ ต้องมาปรุงเองอีกรอบ